56.(13) ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น
 
 
           หลายปีก่อน.....เคยบ่นกับลูกว่าอยากไปญี่ปุ่นจัง!!!
 
เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสไปประชุม หรือดูงานต่างประเทศ ไม่เคยมีโปรแกรมไหนไปญี่ปุ่นเลย
 
จากนั้นไม่นานก็ได้มีโอกาสไปดูงานที่ญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 2007 แล้วก็ตามมาด้วยครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3
 
แบบติด ๆ กันในปี 2008 และ 2009 เรียกว่าช่วง 3 ปีนั้นได้ไปญี่ปุ่นปีละครั้ง
 
          จากนั้นก็เว้นมา 2 ปีที่ยังไม่มีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่นอีกเลย จนกระทั่งลูกได้รับทุนจาก Nanzan

University, Nagoya Japan ช่วงต้นปี 2012 จึงเดินทางไปญี่ปุ่นอีกครั้งเพื่อส่งลูกที่่มหาวิทยาลัย
 
และถือโอกาสเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันเป็นครั้งแรก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาต่างคนต่างไปตามภารกิจที่
 
ถูกกำหนดไว้แล้ว แต่ในปี 2012 นี้ นับว่าโชคดีกว่าปีก่อน ๆ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน คือ ช่วงต้น ๆ
 
ของเทอมสอง ซึ่งลูกเพิ่งกลับจากมาพักผ่อนที่บ้านในช่วงปิดเทอมได้ไม่นาน ก็มีกำหนดการไปดูงาน
 
ที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในระหว่างปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน  ในปีนี้จึงได้ไปญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง
 
          ยิ่งไปกว่านั้น ตามโปรแกรมดูงานมีกำหนดการไปพักที่นาโกย่าด้วย 1 คืน จึงถือโอกาสของการ
 
เดินทางคร้งนี้เป็นการไปเยี่ยมลูกซะด้วยเลยในคราวเดียวกัน โดยขอลาพักผ่อนเพื่ออยู่ที่ญึ่ปุ่นต่อไปอีก
 
5 วันหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดูงานแล้ว และโชคดีที่ในช่วง 5 วันนั้นตรงกับวันหยุดของมหาวิทยาลัยพอดี
 
ทริปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ง้อทัวร์ (อีกแล้ว) จึงเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง.....คราวนี้เป็น "ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น"  
 
          สำหรับการเขียนเอนทรี่  "ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น" ครั้งนี้ เนื่องจากดองเอาไว้นานมาก (6 เดือน)
 
และทริปนี้เราไปเที่ยวกันหลายแห่งมาก โดยเน้นที่การไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งแต่ละแห่งก็อยู่นอกเมืองบ้าง
 
ต่างเมืองบ้าง หรือบางแห่งก็อยู่บนเขา ในป่า ตามวัด และตามสวน ต่างจากครั้งก่อนที่ส่วนใหญ่เราจะไป
 
เที่ยวกันตามแหล่งช๊อปปิ้งในเมือง หรือตามแหล่งท่องเที่ยวรอบ ๆ เมืองซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว การเดิน
 
ทางก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก สามารถจดจำกลับมาเล่าได้โดยละเอียด แต่สำหรับการไปครั้งนี้.....
 
บอกตรง ๆ ว่าจำได้แค่สถานที่ที่ไปเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของการเดินทางนั้นเกินความสามารถที่จะ
 
จดจำกลับมาเล่าได้จริง ๆ เพราะมีทั้งขึ้นรถประจำทาง (ก็คือรถเมล์บ้านเรานั่นแหละ) รถไฟ JR  รถไฟ
 
ธรรมดา รถไฟใต้ดิน แถมวันเดินทางกลับยังถูกส่งให้ขึ้นรถบัสจากตัวเมืองโอซาก้าไปที่สนามบินคันไซ
 
คนเดียวอีกต่างหาก ด้วยคำพูดปลอบใจของลูกที่บอกว่า
 
          " แม่มาญี่ปุ่นหลายครั้งแล้ว.....นั่งรถบัสคนเดียวแค่นี้ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวถึงสนามบินเจอภาษา
 
อังกฤษ แม่ก็รอดแล้วล่ะ....."
 
          เอนทรี่นี้จึงทำได้แค่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนถ้าใครอ่านแล้วอยากไปบ้างก็คงต้องหาข้อมูล
 
เพิ่มเติมกันตามสะดวก และคงไม่ว่ากันนะคะ ทริปนี้....อย่างที่บอกแต่แรกแล้วว่าเราตั้งใจจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสี
 
กันเป็นหลัก แต่เมื่อดูตารางช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสีของปีนี้แล้วจึงพบว่า 5 วันที่เราอยู่ญี่ปุ่นนั้น ใบไม้เพิ่งจะ
 
เริ่มเปลิ่ยนสีจากเมืองทางเหนือลงมา เมื่องที่่อยู่ใกล้สุดและพอจะมีใบไม้เปลี่ยนสีให้เห็นอยู่บ้างตอนนี้ คือ
 
เกียวโต แต่ต้องขึ้นไปดูตามแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บนภูเขาเพราะใบไม้ในเมืองยังไม่เปลี่ยนสี จุดหมายของ
 
เราในทริปนี้จึงอยู่ที่เมืองเกียวโต โดยก่อนเดินทางได้หาข้อมูลบอกลูกไปแล้วว่าอยากจะไปที่ไหนบ้าง ส่วน
 
ลูกก็เตรียมทำหน้าที่พาแม่เที่ยวอย่างดี ลงทุนซื้อหนังสือแนะนำการดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตประจำปี 2012
 
เอาไว้เลย เพียงแค่นี้เราก็พร้อมแล้วสำหรับทริป "ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น"
 
          
 
 
          ก่อนอี่นต้องอวดรูปถ่ายของแม่/ลูก เจอกันวันแรกที่  Nagoya ก็ชวนกันไปถ่ายรูป Purikura 
 
ซะ 2 เซ็ท....ลงเป็นตัวอย่างแค่ 3 รูปแบบนี้
 
          
 
          
 
          
 
 
          วันแรก  เราแยกจากคณะดูงานที่โอซาก้าแล้วนั่งรถไฟจากที่พักเดิม คือ  Best Western Joytel 
 
ไปยังโรงแรม Shin Osaka Station Hotel Annex อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Shin Osaka Station ซึ่งสะดวก
 
ต่อการเดินทางมากกว่าที่พักเดิม และในทริปนี้เราจะพักที่นี่แห่งเดียวตลอด 5 วัน 4 คืน เนื่องจากคิดดูแล้ว
 
ยอมเสียเวลาและค่าเดินทางระหว่างโอซาก้ากับเกียวโต ดีกว่าที่จะพัก 2 แห่งแล้วต้องลาก/ต้องยกกระเป๋า
 
ใบใหญ่ (และหนัก) ไปด้วยทุกครั้ง เมื่อเช็คอิน/เอากระเป๋าฝากไว้เรียบร้อยแล้ว เราก็ออกเที่ยวต่อกันเลย
 
โดยนั่งรถไฟมุ่งหน้าไปยังเกียวโต ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีแห่งแรกที่วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทย
 
รู้จักกันดีในชื่อว่า "วัดน้ำใส"  
 
          ที่นี่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสียังไม่มากนักแต่คนก็หลั่งไหลกันไปเที่ยวเยอะมาก
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          ออกจากวัดคิโยมิสึ เราก็นั่งรถไปที่วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือ วัดศาลาทอง  ซึ่งเป็นวัดที่
 
สวยที่สุด และมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองเกียวโต เรียกว่าถ้ามาเที่ยวเกียวโตแล้วไม่มาวัดนี้ เขาถือว่า
 
ยังมาไม่ถึงเกียวโต วัดนี้เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นจากเรื่องราวในภาพยนตร์การ์ตูน
 
เรื่อง “อิคคิวซัง” เณรน้อยเจ้าปัญญา ซึ่งจำลองเรื่องราวเหตุการณ์ของศาลาทองในวัดนี้แหละ
 
         
 
         
 
          ที่วัดนี้มีพื้นที่ด้านหลังซึ่งเราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปด้านในได้อีก
 
(ตามแผนที่ด้านล่าง) ซึ่งถ้าเราไปกับทัวร์คงไม่มีโอกาสแบบนี้ 
 
          
 
          
 
          
 
          เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอสมควร กะว่าออกจากวัดนี้ใกล้ ๆ ค่ำเพื่อเราจะได้
 
ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนอีกแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากวัดนี้ไปไม่ไกล และเป็นไฮไลท์ของการ
 
ชมใบไม้เปลี่ยนสียามค่ำคืนใต้แสงไฟสลัว ๆ (อันนี้ลูกจัดให้แบบถูกใจคอโรแมนติกมาก)
 
แต่จำชื่อสวนไม่ได้แล้ว จำได้แต่เพียงว่าเค้าเปิดให้ชมตั้งแต่หกโมงเย็นถึงประมาณสองทุ่ม
 
หรือยังไงนี่แหละ ที่จำได้เพราะระหว่างนั่งรถไปต้องคอยลุ้นว่าจะไปถึงทันเวลารึเปล่า
 
ที่นี่จัดเป็น unseen สำหรับคนไทยได้เลยเพราะดูแล้วมีแต่คนญี่ปุ่นเท่านั้นที่ไปเที่ยว
 
สวนแห่งนี้
 
          
 
          
 
          
 
          ออกจากสวนแห่งนี้ประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ ซึ่งเค้าเริ่มจะปิดไฟแล้ว จากนั้นก็นั่งรถยาว.....
 
กลับเข้าไปในเมืองเกียวโตเพื่อต่อรถไฟไปยังที่พักในโอซาก้า เมื่อออกจากสถานีเกียวโตจะเห็น
 
เกียวโตทาวเวอร์เด่นเป็นสง่าเมื่อต้องแสงไฟยามค่ำคืน
 
          
 
          ถึงห้องพักก็แทบหมดแรงแล้ว เพราะแต่ละแห่งที่ไปในวันนี้มีแต่เดิน กับเดิน แต่ก็คุ้มนะ
 
เพราะภาพความงามของธรรมชาติที่ได้เห็นนั้นน่าประทับใจจริง ๆ
 
          ป.ล.  ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับรูปภาพ เสียงเพลง และของตกแต่งบล็อก
 
ที่นำมาประกอบทุกเอนทรี่ใน category : AfsJpnMom part 2 เช่น Deviantart.com,
 
ijigg.com, Mixpod.com, Youtube.com, Photobucket.com และบล็อกของเพื่อน ๆ ทุกคน
 
          P.S.  Thanks for photos, musics and other decorates will be pasted on 
 
this category : AfsJpnMom such as Deviantart.com, ijigg.com, Mixpod.com, 
 
Youtube.com, Photobucket.com and others ect.                          
 
          ©http://i-virgo.exteen.com/                     อ่านต่อ  

Comment

Comment:

Tweet