57.(14) ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น (2)
 
          
 
          เมื่อวันแรกได้ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตมาแล้ว 3 แห่ง คือ ที่วัดคิโยมิสึ, วัดคินคะคุจิ
 
และที่สวนอีกแห่งหนึ่งซึ่งจำชื่อไม่ได้ อยู่ใกล้ ๆ วัดคินคะคุจิ เป็นการดูใบไม้เปลี่ยนสีใต้แสงไฟ
 
ยามค่ำคืน  สำหรับวันนี้.....ยังคงเป็นโปรแกรมเดินทางไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตอีกเช่นกัน
 
แต่สถานที่ที่จะไปในวันนี้ต้องบอกก่อนว่าไม่ธรรมดา! เพราะเป็นโปรแกรมที่จัดตามรีเควสของแม่
 
นั่นคือ นั่งรถรางซากาโน่ (Romamtic Train) ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ Arashiyama ทางฝั่งตะวันตก
 
ของเกียวโต.......
 
          
 
           วันที่ 2  หลังจากทานอาหารเช้า (ตอนสาย ๆ ) ที่โรงแรมแล้ว เราก็ขึ้นรถไฟจากโอซาก้า
 
ไปยังเกียวโตเหมือนเมื่อวานนี้ จากนั้นต่อรถไฟไปดูใบไม้เปลี่ยนสีตามเส้นทางเลียบแม่น้ำโฮสุ 
 
(Hozugawa River)
 
           รถรางซากาโน่ ได้ชื่อว่าเป็นรถรางสายโรแมนติก เนื่องจากเป็นรถรางแบบโบราณที่คง
 
อนุรักษ์ไว้เพื่อการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ด้วยเส้นทางจากสถานี Arashiyama ถึงสถานี Kameoka 
 
ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ที่รถรางสายนี้วิ่งเลียบผ่านไปตามแม่น้ำและหุบเขา นักท่องเที่ยว
 
จะได้เห็นทัศนียภาพอันงดงาม แตกต่างไปตามฤดูกาล คือ ซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ ลำธารสดใส
 
ในฤดูร้อน และใบเมเปิ้ล (ใบไม้เปลี่ยนสี) ในฤดูใบไม้ร่วง
 
          และหากมีเวลามากพอยังสามารถลงระหว่างทางเพื่อท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เช่น เดินหรือ
 
ปีนเขาขึ้นไปชมธรรมชาติ ขี่จักรยาน หรือลงเรือล่องแม่น้ำได้ตามอัธยาศัยอีกด้วย
 
          การเดินทางไปที่สถานี Saka Torokko ก็ไปไม่ยาก นั่งรถไฟสาย JR Sagano Line จากสถานี
 
Kyoto Station ไปยังสถานี JR Saga-Arashiyama Station แล้วจะสามารถนั่ง Sagano Romantic Train
 
จากสถานี Torokko Saga Station ซึ่งเป็นอาคารเดียวกับสถานี JR Saga-Arashiyama Station
 
          อ้อ! มีเรื่องนึงที่ต้องเตือนไว้ก่อน คือ รถรางซากาโน่มีกำหนดเวลาวิ่งเป็นรอบ ๆ โดยการขายบัตร
 
ที่สถานี Saga Torokko  Station, สถานี Arashiyama Torokko Station และสถานี Kameoka Torokko
 
Station ดังนั้น ถ้าไม่อยากพลาดควรสำรองที่นั่งไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งเป็นที่นิยม
 
มากของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวต่างชาติ และชาวญี่ปุ่นเอง อย่างเช่นวันที่ไปนั้น ขนาดไปถึงสถานีเวลา
 
เที่ยงสี่สิบห้า ปรากฎว่าตั๋วรอบบ่ายขายหมดแล้วเหลือแค่เที่ยวกลับเวลา 15.30 น. และเที่ยวไป-กลับ
 
เที่ยวสุดท้ายเวลา 16.07-16.35 น. ซึ่งเที่ยวสุดท้ายนี้เราไปไม่ได้แน่เนื่องจากมีนัดทานอาหารค่ำ
 
กับเพื่อนของลูก โดยนัดเจอกันที่สถานีเกียวโตเวลา 18.00 น. ดีว่าลูกรู้จักพลิกแพลงเส้นทางเลยซื้อตั๋ว
 
เที่ยวกลับเวลา 15.30 น. แล้วใช้วิธีเดินเที่ยวก่อนอ้อมไปขึ้นรถรางซากาโน่ที่สถานีขากลับแทน
 
          สรุปก็คือ  วันนั้น...โชคยังดีที่มีลูกทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยวซึ่งพูดภาษาญี่ปุ่นและเข้าใจเส้นทาง
 
รถไฟในญี่ปุ่นได้ดีไม่ต่างจากคนญี่ปุ่นเท่าใดนัก จึงสามารถพาแม่ขึ้นรถไฟสายนั้น ต่อสายนี้ แถมมีเดิน
 
อีกหน่อย ทำให้ได้มีโอกาสเห็นวิวทิวทัศน์ของท้องทุ่ง และหุบเขาในญี่ปุ่นเป็นของแถม แต่ปัญหาคือ
 
ทำให้แม่ไม่สามารถจดจำเส้นทางเอามาเล่าต่อได้เหมือนอย่างเคย แม้จนวันนี้นึกถึงทีไรก็ยังมืน ๆ อยู่ดี
 
          นี่ขนาดเป็นช่วงเริ่มของฤดูใบไม้เปลี่ยนสียังเกือบซื้อตั๋วไม่ทัน แล้วถ้าเป็นช่วง peak ของฤดูนี้
 
ล่ะก้อ อย่าได้ประมาทเชียวนะ ไม่งั้นไปถึงสถานีแล้วไม่มีที่นั่ง ได้แต่ยื่นดูรถออกไปต่อหน้าต่อตาอย่างงั้น
 
แล้วจะรู้สึกยังไง??? 
 
          
 
 
           
 
 
          
 
 
          ต่อไปเป็นภาพสวย ๆ ที่ถ่ายมาเยอะมาก มากจนอยากจะเอามาลงไว้ทั้งหมด แต่คงรอ
 
โหลดไม่ไหวเลยเลือกได้มาประมาณนี้ และเพื่อความรวดเร็วในการเขียนเอนทรี่บทต่อ ๆ ไป
 
ซึ่งต้องรีบเขียนให้จบ (ก่อนโรคดองเอนทรี่จะกลับมาอาละวาดอีก) จึงขออนุญาตไม่บรรยาย
 
ภาพก็แล้วกัน
 
                    
 
            
 
          
 
         
 
          
 
          
 
           
 
          
 
                    
 
 
                 
 
            
 
          
 
                  
 
          
 
          
 
              
 
                   
 
          ป.ล.  ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับรูปภาพ เสียงเพลง และของตกแต่งบล็อก
 
ที่นำมาประกอบทุกเอนทรี่ใน category : AfsJpnMom part 2 เช่น Deviantart.com,
 
ijigg.com, Mixpod.com, Youtube.com, Photobucket.com และบล็อกของเพื่อน ๆ ทุกคน
 
           P.S.  Thanks for photos, musics and other decorates will be pasted on 
 
this category : AfsJpnMom such as Deviantart.com, ijigg.com, Mixpod.com, 
 
Youtube.com, Photobucket.com and others ect.                          
 
          ©http://i-virgo.exteen.com/                     อ่านต่อ  

Comment

Comment:

Tweet