59.(16) ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น (4)
 
      
 
          วันที่ 4  วันสุดท้ายของการเที่ยวในทริปนี้.....เพราะพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับกทม.แล้ว
 
ส่วนลูกก็กลับไป Nagoya เพื่อเรียนต่อ  เฮ้อ!!! เป็นแบบนี้ทุกที.....วัน/เวลาที่มีความสุขมักผ่านเราไป
 
เร็วกว่าปกติเสมอ นึกถึงความสนุกสนานที่ Universal เมื่อวานนี้ยังอดเสียดายไม่ได้ นี่ถ้ามีเวลาอีกซัก
 
1-2 วันเราคงได้ลองเครื่องเล่นที่เหลืออีก แต่ในเมื่อเวลามีจำกัดเลยต้องเลือกที่จะไปเที่ยวที่อื่น.....
 
          ที่ที่เราจะไปเที่ยววันนี้.....เป็นรีเควสของแม่อีกตามเคย  ก็ทริปนี้แม่เป็นแขกมาเยี่ยมเยียนลูก
 
ถึงญี่ปุ่นนี่นะ.....จะไม่ตามใจพาแม่ไปตามที่ร้องขอได้ไง? ถึงจะเป็นที่ที่ดูไม่น่าสนุกสำหรับวัยรุ่น
 
แต่เพื่่อความสุขของแม่ล้วน ๆ วันนี้เราเลยได้ไปชมสวนดอกไม้ Sakuya Konohana Kan ซึ่งเป็น
 
หนึ่งในสวนเรือนกระจกขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในสวนเรือนกระจกเพียงไม่กี่
 
แห่งในโลกที่มีการจำลองสภาพเสมือนจริงตามแหล่งกำเหนิดของพืชแต่ละชนิดที่นำมาจัดแสดง
 
Sakuya Konohana Kan แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1990 เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ
 
สวนและพฤกษศาสตร์นานาชาติ (International Garden and Greenery Exposition) ภายใต้หัวข้อ
 
“Harmonious Co-Existence between People and Greenery” โดยรวบรวมพันธุ์พืชทุกชนิดในโลก
 
มากกว่า 15,000 ชนิด จาก 2,600 สายพันธุ์ ที่นี่เป็นสวนที่มีดอกไม้บานให้ชมตลอดทั้งปี เปรียบเป็น
 
สวรรค์ของนักชื่นชมความงดงามของไม้ดอก และผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติของพันธุ์พืชแต่ละชนิด
 
          ได้ข้อมูลแบบนี้แล้ว "คนรักต้นไม้" จึงเรียกร้องอยากไปที่ Sakuya Konohana Kan ซักครั้ง
 
ซึ่งการเดินทางไปที่นี่ไม่ลำบากอะไร (เพราะมีลูกพาไป) แต่ยุ่งยากนิดหน่อยเพราะเมื่อนั่งรถไฟไปถึง
 
สถานี ซึ่งจำชื่อสถานีไม่ได้แต่ดูจากการออกแบบตกแต่งบริเวณสถานีก็รู้ว่ามาถูกที่แน่ ๆ แบบนี้..... 
 
                   
 
          ที่ลงรูปด้านบนนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคายกับคนอ่านบล็อกนะคะ แต่อยากให้เห็นถึงความละอียด
 
ของการตกแต่งสถานีแห่งนี้ว่าแม้แต่กระเบื้องที่นำมาปูทางเดินยังเป็นรูปช่อดอกไม้ ญึ่ปุ่นนี่...ร้ายยยจริง ๆ
 
                 
 
          ออกจากสถานีแห่งนี้แล้วยังต้องเดินต่อไปอีกหน่อย ซึ่งตรงนี้แหละที่ต้องดูทิศทางในแผนที่ให้ดี ๆ
 
เพราะเดินไปไกลพอสมควร ระหว่างทางมีตลาดต้นไม้เล็ก ๆ มีไม้ดอกในกระถางซึ่งกำลังออกดอกสวยมาก
 
และต้นไม้สองข้างทางบางต้นมีใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้เพลิดเพลินกับการเก็บภาพสวย ๆ จนลืมความปวดเมื่อย
 
จากการเดินได้เป็นอย่างดี    
 
             
 
             
 
                  
 
                  
 
 
 
               
 
                
 
               
 
           หลังจากเดินไป ถ่ายรูปไปซักพักก็ถึงแล้ว....Sakuya Konohana Kan
 
      
 
          ต่อไปเป็นภาพบรรยากาศและดอกไม้ภายในสวน โดยเลือกลงภาพดอกไม้ขนาดเล็กซึ่งชื่นชอบ
 
เป็นพิเศษ โดยเฉพาะดอกไม้ใน Alpines House , ห้องจัดแสดงพืชพรรณแบบอัลไพน์ ซึ่งหมายถึงพันธุ์พืช
 
ล้มลุกที่ขึ้นอยู่เหนือแนวเขตป่าไม้ บนพื้นที่ภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 5000 m โดยช่วงฤดูร้อนอุณภูมิใน
 
ห้องนี้จะถูกควบคุมให้ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส พืชที่จัดแสดงได้มากจาก Himalayas, China, Japan,
 
Europe และ America
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          
 
                    
 
           นอกจากไม้ดอกขนาดเล็กในกลุ่มอัลไพน์แล้ว ไม้ใบที่ชื่นชอบมาก คือ เฟิร์น มอส และไลเคน
 
ซึ่งในสวน Sakuya Konohana Kan แห่งนี้มีให้ชมอย่างจุใจ และสำหรับพันธุ์พืชซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูก
 
คือ พืชในพื้นที่แห้งแล้ง ที่นี่ก็มีให้ชมหลากหลายชนิดไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว 
 
 
               
 
          นอกจากห้องที่จัดแสดงพันธุ์พืชโดยแบ่งตามภูมิอากาศของแหล่งกำเนิดพันธุ์พืชแต่ละชนิดแล้ว
 
ยังมีส่วนที่เป็นห้องโถงสำหรับแสดงนิทรรศการและการประกวดต่าง ๆ ซึ่งวันนั้นมีการประกวดกล้วยไม้
 
ในเขตร้อน เลยได้โอกาสเข้าไปชมกล้วยไม้ที่ชนะการประกวด และแอบเก็บภาพสวย ๆ มาด้วย.....
 
          
 
          
 
          
 
          
 
          ใช้เวลาอยู่ที่สวน Sakuya Konohana Kan แห่งนี้นานหลายชั่วโมง รู้สึกมีความสุข
 
และอิ่มเอมใจมาก งานนี้ต้องขอบคุณลูกที่แม้วันนั้นจะไม่ค่อยสบาย และการเที่ยวสวนดอกไม้
 
ก็เป็นอะไรที่ไม่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นอย่างลูก เรื่องนี้แม่เข้าใจดีเพราะสมัยที่แม่เป็นวัยรุ่นก็เหมือนกัน
 
คือ ไม่เคยเห็นว่าต้นไม้ ดอกไม้จะน่าสนใจเลยซักนิด เวลาที่คุณยายเรียกให้แม่ดูดอกกล้วยไม้ที่คุณยาย
 
ปลูกไว้ในบ้านว่ามันออกดอกสวยงามอย่างนั้น อย่างนี้ แม่ก็ได้แต่ดู ๆ ไปตามที่คุณยายบอก บางครั้งก็
 
ไม่สนใจแม้แต่จะดูด้วยซ้ำ การที่ลูกพาแม่มาชมสวน Sakuya Konohana Kan ที่โอซาก้าครั้งนี้ทำให้แม่
 
มีความสุขมาก ขอบใจจริง ๆ จ๊ะ
 
          ออกจากสวน Sakuya Konohana Kan เรานั่งรถไฟสายเดิมกลับเข้าไปในโอซาก้า โดยภาคบ่าย
 
ของวันนี้เป็นการช๊อปปิ้งในโอซาก้า แต่ก่อนอื่น "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" โดยมื้อนี้เป็นราเม็งซึ่งโดยปกติ
 
จะเป็นคนไม่ชอบราเม็งเลย แต่ลูกบอกว่าร้านนี้อร่อยมากขอแนะนำ เลยลองดูซะหน่อยแล้วก็เป็นอย่างที่
 
ลูกบอก คือ อร่อยจริง ๆ ต้องยกนิ้วกด "like" ให้เลย ถ่ายรูปหน้าร้านมาให้ดูเผื่อมีใครสนใจจะตามไม่ชิมบ้าง
 
แต่บรรยากาศร้านนี้ออกจะแปลก ๆ ซะหน่อย เพราะที่นั่งเค้าเป็นแบบเคาน์เตอร์แถวยาวมีบานพับเล็ก ๆ
 
บนโต๊ะใช้สำหรับแบ่งพื้นที่เป็นช่อง ๆ เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งเราจะใช้หรือไม่ก็ได้
 
เช่นถ้าไปกันหลายคนก็เอาบานพับออก ส่วนด้านหน้ามีผ้าม่านบังไว้เพื่อกั้นระหว่างครัว/พ่อครัวกับลูกค้า
 
เวลาสั่งอาหารก็เขียนใส่ในกระดาษของทางร้านแล้วเอาวางไว้ด้านหน้า นั่งรอไม่นานพ่อครัวก็เอาราเม็ง
 
ร้อน ๆ ชามใหญ่มากกกก มาวางไว้ให้ตามที่เราสั่ง โดยทั้งหมดนี้ไม่มีการเห็นหน้าและไม่ต้องใช้เสียงใด ๆ
 
ทั้งสิ้น ดูช่างลึกลับซะจริง ๆ
 
          นี่ถ้าเป็นที่เมืองไทยและมีร้านแบบนี้รับรองได้เลยว่า หนีเจ้าหนี้/เจ้านาย/เมีย/ฯลฯ มากินราเม็งร้านนี้
 
ไม่มีใครจับได้แน่ อืมม์!....ญี่ปุ่นนี่มีวัฒนธรรมอะไรแปลก ๆ เยอะ เยอะพอ ๆ กับธรรมชาติที่สวยงาม แบบนี้ให้
 
มาเที่ยวอีกกี่ 10 ครั้งก็ยังรู้ไม่หมด!!!
 
          รูปนี้เป็นที่นั่งสำหรับลูกค้าแต่ละคนโดยมีคำอธิบายติดอยู่ด้านหน้า (จะได้ไม่ต้องถาม)
 
          
 
          
 
          หน้าตาราเม็งชามใหญ่มากกก และอร่อยด้วยเป็นแบบนี้ อ้อ! มีน้ำเปล่าให้ด้วยคนละ 1 แก้ว
 
อิ่ม/อร่อยแบบเรียบ ๆ  ง่าย ๆ  แล้วก้อ....แปลกมาก ๆ น่าลอง
 
          
 
          
 
          ป.ล.  ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับรูปภาพ เสียงเพลง และของตกแต่งบล็อก
 
ที่นำมาประกอบทุกเอนทรี่ใน category : AfsJpnMom part 2 เช่น Deviantart.com,
 
ijigg.com, Mixpod.com, Youtube.com, Photobucket.com และบล็อกของเพื่อน ๆ ทุกคน
 
           P.S.  Thanks for photos, musics and other decorates will be pasted on 
 
this category : AfsJpnMom such as Deviantart.com, ijigg.com, Mixpod.com, 
 
Youtube.com, Photobucket.com and others ect.                          
 
          ©http://i-virgo.exteen.com/                     อ่านต่อ  

Comment

Comment:

Tweet